ไดอิจิ ยังไม่ขยับราคา

นายธวัช มีประเสริฐสกุล ประธานบริษัท และ CEO บริษัท ไดอิจิ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
ผู้ผลิตและจำหน่างผลิตภัณฑ์รั้วสำเร็จรูป กล่าวถึงภาพรวมตลาดผลิตภัณฑ์รั้วสำเร็จรูปว่า
ปัจจบันตลาดรั้วมีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 9,000 – 10,000 ล้านบาท ได้แบ่งเป็นตลาดรั้วสำเร็จรูป 20%
หรือประมาณ 1,800 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ
ต่างก็หันมาใช้รั้วสำเร็จรูปกับงานในโครงการ เช่นรั้วระหว่างแปลง
ปีหน้าคาดว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์น่าจะมีการปรับตัวดีขึ้นกว่าปีนี้ เมื่อการเลือกตั้งเสร็จสิ้นลง
ซึ่งจะทำให้การลงทุนในประเทศดีขึ้น โดยคาดว่าเศรษฐกิจอาจโตได้ถึง 5-6% โดยตลาดรั้วสำเร็จรูปคาดว่าจะเติบโตเพิ่มขึ้นอีก 50%
หรือคิดเป็นมูลค่า 2,700 ล้านบาท ในขณะที่ตลาดรั้วโดยรวมจะมีมูลค่าเกิน 10,000 ล้านบาท
ทำวิจัยลดต้นทุนการผลิต
ปัจจุบันบริษัทยังเป็นผู้นำตลาดด้านรั้วสำเร็จรูปภายใต้แบรนด์ ดีจิ (DEEJI) และแบรนด์ เฟนเซอร์ (FENZER)
โดยมีส่วนแบ่งทางด้านการตลาดประมาณ 15% จากจำนวนผู้ผลิตรั้วสำเร็จรูปในตลาดซึ่งมีมากกว่า 20 ราย
ทำให้การแข่งขันค่อนข้างสูงซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค และเจ้าของโครงการเป็นอย่างยิ่ง
ดังนั้น บริษัทจึงมีการทำวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์รั้วสำเร็จรูปใหม่ๆ ขึ้นมาเพื่อลดต้นทุนด้านการผลิต
แต่ยังคงรักษาคุณภาพและความแข็งแรงของผลิตภัณฑ์ไว้ดังเดิม ถึงแม้จะได้รับผลกระทบด้านต้นทุนและการขนส่งก็ตาม

สำหรับลูกค้าของบริษัทส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้ากลุ่มทำโครงการขนาดใหญ่ ทั้งที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์
และโครงการขนาดกลางที่ทำบ้านจัดสรร และบ้านเดี่ยว ซึ่งผลิตภัณฑ์รั้วของบริษัทจะถูกแบ่งออกให้เหมาะกับ
การใช้งานแต่ละประเภท เช่น รั้วสำหรับโรงงานโดยเฉพาะ จะมีราคาค่อนข้างประหยัด
โดยมีราคาตั้งแต่ 1,500 – 2,000 บาท ส่วนรั้วระหว่างแปลงราคา 2,000 บาท
รั้วระดับพรีเมี่ยมราคา 2,500 บาท สูง 2-2.5 เมตร นอกจากนี้ได้พัฒนาระบบเขื่อนกันดินให้กับลูกค้า
เพื่อป้องกันดินไหลออกด้านข้างโดยมีความลึก 50 เซนติเมตรถึง 2.5 เมตร
เพื่อช่วยลดต้นทุนจากระบบเขื่อนกันดินรุ่นเดิมๆ ที่ตอกเข็มและหล่อในที่ ประมาณ 30-40% ปัจจุบันได้กระจายแบบให้ลูกค้าแล้ว
ปีหน้าเปิดตัวรุ่น Double S

นาย ธวัช กล่าวอีกว่า สำหรับรั้วสำเร็จรูปภายใต้แบรนด์ เฟนเซอร์ จะจำหน่ายสินค้าให้กับกลุ่มลูกค้าโครงการโดยตรง
ในขณะที่แบรนด์ ดีจิ จะเน้นขายฝ่ายดีลเลอร์ประมาณ 200 ราย
ส่วนแผนการดำเนินงานปีหน้า จะผลิตรั้วรุ่น Double S ซึ่งผิวรั้วทั้งสองด้านมีความเรียบเนียนและแข็งแรงมากขึ้น
โดยจะเน้นขายผ่านโฮมโปร และโฮมเวิร์คทุกสาขา และรั้วรุ่น โรมา ซึ่งมีลวดลายหินก่อ ที่มีความหรูหรา
โดยมีสีให้เลือก 5 สี ราคาประมาณ 2,000 บาท เหมาะสำหรับรั้วระหว่างแปลงบ้านเดี่ยว
และรั้วโครงการคอนโดมิเนียมในเมืองที่ต้องการความสวยงามของรั้วรอบอาคาร